แมตช์ พรีวิว ออสเตรีย vs ฮังการี

แมตช์ พรีวิว ออสเตรีย vs ฮังการี

พรีวิว ออสเตรีย vs ฮังการี (ยูโร 2016) กลุ่ม F
แข่งเวลา : 23.00 น.
สนาม นูโว สต๊าด เดอ บอร์กโดซ์
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 แฟมิลี่ 13

ผลการพบกันล่าสุด

17/08/2006 ออสเตรีย 1 – 2 ฮังการี

ความพร้อมและสภาพทีม

ออสเตรีย
มาร์เซล โคลเลอร์ ทำผลงานในการเล่นรอบคัดเลือกอย่างยอดเยี่ยมจากการชนะ 9 เสมอ 1 ก่อนจะเล่นตกลงไปในการลงเตะอุ่นเครื่องจนพ่ายถึง 3 จาก 5 นัด แต่เทรนเนอร์วัย 55 ปียังต้องรอประเมินสภาพความฟิตของ มาร์ค ยานโก้ กับ มาร์โค อาร์เนาโตวิช ที่มีปัญหาบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาก่อนหน้านี้ ส่วน กียอร์กี้ การิชส์ ที่เพิ่งสูญเสียบิดาไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทว่าแบ็กขวาจากดาร์มสตัดท์ยืนยันว่าพร้อมอยู่ช่วยทีมต่อไป
ออสเตรียจะลงเล่นระบบ 4-2-3-1 มี มาร์ค ยานโก้ ลงเล่นหน้าเป้า โดยมี มาร์ติน ฮาร์นิค, ซลัตโก้ ยูนูโซวิช, มาร์โค อาร์เนาโตวิช เดินเกมรุก ขณะที่ ยูเลี่ยน บอมการ์ทลิงเกอร์ จะคุมแดนกลางกับ ดาวิด อลาบา ส่วน โฟลเรียน ไคลน์, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, คริสเตียน ฟุคส์ จะลงคุมแนวรับ โดยมี โรเบิร์ต อัลเมอร์ ลงเฝ้าเสา

ฮังการี่
แบร์นด์ ชตอร์ค ตัดชื่อ ดาเนี่ยล ทอซเซอร์ กับ เลอันโดร เดอ อัลเมยด้า ที่มีส่วนกับการเล่นรอบคัดเลือกออกจากโผ ขณะที่ ทามาส คาดาร์ กองหลังจากเลช พอซนัน มีอาการเจ็บข้อเท้ามาจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดังนั้น มิฮาลี่ คอร์ฮุต จากเดเบรเชนจึงได้ออกสตาร์ตตำแหน่งแบ็กซ้าย
ด้าน อดัม ซาไล น่าจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริงก่อน ทามาส พริสกิ้น หรือ เนมานย่า นิโคลิช ส่วน คริสเตียน เนเม็ธ กับ ลาสซ์โล่ ไคลน์ไฮส์เลอร์ มีโอกาสออกสตาร์ตก่อน เกอร์โก้ ลอฟเรนช์ซิชส์ กับ อกอส เอเล็ค เช่นเดียวกัน
อดัม ซาไล หัวหอกจากฮันโนเวอร์จะลงเล่นหน้าเป้า โดยมี คริสเตียน เนเม็ธ, ลาสซ์โล่ ไคลน์ไฮส์เลอร์, บาลาส ซุดซัค เดินเกมรุก ขณะที่ โซลตาน เกร่า จะคุมแดนกลางกับ อดัม นากี้ ส่วน อัตติล่า ฟิโอล่า, ริชาร์ด กุซมิชส์, อดัม ลัง, มิฮาลี่ คอร์ฮุต จะคุมแนวรับ โดยมี กาบอร์ คิราลี่ นายทวารวัย 40 ปีลงเฝ้าเสา

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ออสเตรีย
โค้ช : มาร์เซล โคลเลอร์
(4-2-3-1) : โรเบิร์ต อัลเมอร์, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, คริสเตียน ฟุคส์, โฟลเรียน ไคลน์, ยูเลี่ยน บอมการ์ทลิงเกอร์, มาร์ติน ฮาร์นิค, ซลัตโก้ ยูนูโซวิช, ดาวิด อลาบา, มาร์ค ยานโก้, มาร์โก อาร์เนาโตวิช

ฮังการี่
โค้ช : แบรนด์ ชตอร์ค
(4-2-3-1) : โซลตัน เกร่า, กาบอร์ คิราลี่, มิฮาลี่ คอร์ฮุต, อัตติล่า ฟิโอล่า, ริชาร์ด กุซมิคส์, อดัม ลัง, บาลาซ ซุดซัค, อดัม นากี้, ลาสโซล คีนไฮสเลอร์, อดัม ซาไล , คริสเตียน เนเม็ธ

ความน่าจะเป็นของเกม

ออสเตรียทำผลงานในการอุ่นเครื่องไม่ดีนัก แต่ศักยภาพทีมโดยรวมยังดูเหนือกว่า ขณะเดียวกันฮังการีชุดนี้ยังมีจุดอ่อนในการเล่นเกมรับ แม้ทัพแม็กยาร์จะวางแผนมาเล่นแบบรัดกุมและน่าจะสู้กับคู่แข่งได้แบบไม่เป็นรองมากนัก แต่แนวรุกออสเตรียชุดนี้จัดจ้านกว่าคาดหวังผลได้มาจากยานโก้กับอาร์เนาโตวิชซึ่งมีโอกาสยิงประตูนำชัยให้ออสเตรียตามเป้าหมาย

ผลที่คาด : ออสเตรีย ชนะ 1 – 0

เบลเยี่ยม vs อิตาลี

พรีวิว เบลเยี่ยม vs อิตาลี (ยูโร 2016) รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E
แข่งเวลา : 02.00 น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3HD

ผลการพบกันล่าสุด

14/11/2015 เบลเยี่ยม 3 – 1 อิตาลี

31/05/2008 อิตาลี 3 – 1 เบลเยี่ยม

ความพร้อมและสภาพทีม

เบลเยี่ยม
มาร์ค วิลม็อตส์ กุนซือทัพปิศาจแดงแห่งยุโรปมีข่าวดีเพราะ เอแด็น อาซาร์ กลับมาซ้อมได้ตามปกติหลังจากนักเตะบาดเจ็บเท้าตอนซ้อมเมื่อวันศุกร์

ทำให้แนวรุกจะมี เอแด็น อาซาร์ นำทัพ ที่เหลือก็จะใช้งาน เควิน เดอ บรอยน์ ดาวเตะตัวสำคัญอีกรายลงทำเกมแล้วให้ โรเมลู ลูกากู เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า

แดนกลางตามสื่อเบลเยียมคาดว่าทีมน่าจะอัด มารูยาน เฟลไลนี่ ลงสนามเพื่อให้ไปประสานงานกับ อักเซิ่ล วิตเซิ่ล และ รัดย่า นาอิงโกลัน ส่วนแนวรับใช้งานคู่กองหลังจากสเปอร์สอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ต็องเก้น

อิตาลี
อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ทัพอัซซูรี่มีสภาพทีมที่พร้อมรบเพราะ ติอาโก้ ม็อตต้า และ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ กลับมาซ้อมได้เต็มที่ รวมไปถึง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ที่กลับเข้าแคมป์อีกครั้งหลังจากเดินทางไปเฝ้าภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกสาว

แนวรุกคาดว่าจะใช้งาน เอแดร์ จับคู่กับ กราเซียโน่ เปลเล่ ล่าตาข่าย ส่วนวิงแบ็กสองฝั่งเป้นหน้าที่ของ อันโตนิโอ คันเดรว่า และ สเตฟาน เอล ชาราวี โดยมี มัตเตโอ ดาร์เมียน เป็นตัวสอดแทรก

แนวรับนำโดยนักเตะจากยูเวนตุสทั้ง อันเดรีย บาร์ซายี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ แล้วให้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน เป็นนายด่านปราการสุดท้าย

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เบลเยี่ยม
โค้ช : มาร์ค วิลม็อตส์
(4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์, จอร์แดน ลูกากู, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เจสัน เดนาเยอร์, เควิน เดอ บรอยน์, มารูยาน เฟลไลนี่, เอแด็น อาซาร์, รัดย่า เนียงโกลัน, อักเซล วิตเซล, โรเมลู ลูกากู

อิตาลี
โค้ช : อันโตนิโอ คอนเต้
(3-5-2) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน , อันเดรีย บาร์ซาญี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, อันโตนิโอ คันเดรว่า, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่, มาร์โก ปาโรโล่ , ดานิเอเล่ เด รอสซี่, สเตฟาน เอล ชาราวี่, – เอแดร์, กราเซียโน่ เปลเล่

ความน่าจะเป็นของเกม

สภาพทีมของเบลเยียมอาจจะดูดีกว่าโดยเฉพาะแนวรุกที่ถือว่าจัดจ้านและอันตราย แต่เกมนี้ไม่ง่ายเนื่องจากดวลกับอิตาลีที่ชอบเหลือเกินเวลาเล่นเกมรับแบบนี้ ยิ่งแผงหลังของอัซซูรี่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความเข้าใจกัน แต่เจอลูกหนักอย่าลูกากูเข้าเบียดเข้าปะทะอาจจะมียวบลงบ้างแถมแถวสองอย่างเดอ บรอยน์ ที่ยิงหนักและคม อาจเป็นทีเด็ดให้เบลเยี่ยมเฉือนเก็บชัยไปได้

ผลที่คาด : เบลเยี่ยม ชนะ 2 -1

ผลที่คาดอีกคู่ของกลุ่ม

สวีเดน เสมอ ไอร์แลนด์ 2 – 2

แซมบ้าสั่งเด้ง

แซมบ้าสั่งเด้ง ดุงกา เซ่นตกรอบแรก โคปา อเมริกา

คาร์ลอส ดุงกา เทรนเนอร์ บราซิล ถูกปลดจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หลังพาทีมตกรอบแรก ศึก “โคปา อเมริกา 2016 เซนเตนาริโอ” ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เปรู สร้างเซอร์ไพรส์ ส่งพลพรรค “แซมบ้า” แพ็กกระเป๋ากลับบ้าน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) ด้วยประตูอันน่ากังขาว่า น่าจะเป็นลูกแฮนด์บอลของ ราอูล รุยดิอาซ

ถึงแม้ “เซเลเซา” ตกรอบแบบโชคร้าย ก็มิอาจช่วย กัปตันทีมชุดแชมป์โลก ปี 1994 รักษาเก้าอี้ตัวเองไว้ได้ เนื่องจากสมาคมฟุตบอลบราซิล (ซีบีเอฟ) ตัดสินใจปลดทันที หลังกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา

แหล่งข่าวเว็บไซต์ “อีเอสพีเอ็นเอฟซี (ESPN FC)” เผยว่า ติเต กุนซือ โครินเธียนส์ อาจมารับภารกิจแทน ดุงกา รวมถึงดูแลชุดสู้ศึก โอลิมปิก 2016 ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร วันที่ 5-21 สิงหาคมนี้ เพื่อล่าเหรียญทองเหรียญแรก

ด้าน กิลมาร์ รินัลดี ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ของ “ซีบีเอฟ” ก็ถูกปลดเช่นกัน หลังเข้าพบ มาร์โก โปโล เดล เนโร ประธานสมาคมฯ พร้อมกับ ดุงกา วัย 52 ปี

โด้ สุดจะทนจวกไอซ์แลนด์

โด้ สุดจะทนจวกไอซ์แลนด์เสมอฉลองยังกับได้แชมป์

คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีม โปรตุเกส ไม่สบอารมณ์ ไอซ์แลนด์ เน้นตั้งรับ ทำให้เสมอกัน 1-1 ศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 นัดประเดิมสนาม รอบแรก กลุ่ม F คืนวันอังคารที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา แถมยังดีใจออกนอกหน้า
ประตูปลดล็อกของ นานี แนวรุกสังกัด เฟเนร์บาห์เช กลายเป็นหมัน เนื่องจาก เบอร์เกียร์ บียาร์นาสัน ส่งบอลสู่ก้นตาข่าย เพียงแค่ 5 นาทีของครึ่งหลัง ขณะที่แฟน ๆ ที่้ตามมาให้กำลังใจถึงประเทศฝรั่งเศส ต่างชื่นมื่นที่แบ่ง 1 แต้ม

ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศขนาดเล็กสุดของทัวร์นาเมนต์ ทว่า อดีตนักเตะค่าตัวแพงสุดในโลก 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4 พันล้านบาท) ต่อว่า ทีมของ ลาร์ส ลาเกอร์บัค กับ ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน อย่างรุนแรง

ปีกจอมถล่มประตูค่าย รีล มาดริด กล่าว “ผมคิดว่าพวกเขา (ไอซ์แลนด์) คว้าแชมป์เสียอีก หากดูจากท่าทางการฉลองตอนจบเกม มันเหลือเชื่อสุด ๆ พวกเขาไม่พยายามเล่นฟุตบอล เอาแต่อุด ๆ ๆ สำหรับผม มันแสดงถึงจิตใจที่ขี้ขลาด”

“มันน่าผิดหวังนิดหน่อย เราพยายามเพื่อเอาชนะ ตรงข้ามกับ ไอซ์แลนด์ พวกเขาสร้างโอกาสแค่ 2 ครั้งตลอด 90 นาที จากนั้น พวกเขาก็จอดรถบัสไว้หน้าประตู ดังนั้น มันลำบากเหลือเกินที่จะเล่นกับทีมหนึ่งซึ่งไม่ต้องการชนะ แต่ โปรตุเกส ทำทุกอย่างเพื่อ 3 คะแนนเต็ม”

สโลวาเกีย เชือด หมีขาว

สโลวาเกีย เชือด หมีขาว เก็บสามแต้มศึกยูโร

สโลวาเกีย จุดประกายความหวังเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส เอาชนะ “หมีขาว” รัสเซีย 2-1 จากประตูของ วลาดิเมียร์ ไวส์ส กับ มาเร็ก ฮามซิก 2 แนวรุกตัวเก่ง คืนวันพุธที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา
ยูโร 2016 รอบแรก กลุ่ม B
รัสเซีย 1-2 สโลวาเกีย

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ของสาย B ณ สนาม รัสเซีย (1 นัด มี 1 คะแนน) วาง อเล็กซานเดอร์ โคโคริน กับ อาร์เต็ม ซูบา ล่าตาข่าย รับมือ สโลวาเกีย (1 นัด มี 0 คะแนน) ซึ่งฝากความหวังไว้กับ มาเร็ก ฮามซิก มิดฟิลด์จอมทัพ โดยทั้งคู่ต้องการชัยชนะ เพื่อโอกาสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

เสียงนกหวีดดังขึ้น เกมยังอึดอัดจนถึงนาที 28 รัสเซีย พลาดโอกาสทอง อาร์เต็ม ซูบา หัวหอกร่างยักษ์ เบียดแย่งบอลมาได้ ไหลจากซ้ายเข้ากลางให้ เฟเดอร์ สโมลอฟ กดด้วยขวาระยะ 20 หลาเศษๆ เฉี่ยวเสาซ้ายมือ เข้าสู่นาที 32 สโลวาเกีย ขึ้นนำ 1-0 มาเร็ก ฮามซิก วางยาวมาเขตโทษด้านซ้ายให้ วลาดิเมียร์ ไวส์ส ไม่ล้ำหน้า ดึงหลบ 2 ตัวประกบ อัดด้วยขวาเสียบมุมเสาไกลอย่างเยือกเย็น

กองเชียร์ชาว สโลวัก ส่งเสียงเฮนาที 45 มาเร็ก ฮามซิก รับบอลเตะมุมสั่นฝั่งซ้ายจาก วลาดิเมียร์ ไวส์ส หาเหลี่ยมตะบันด้วยขวา หนีมือ อิกอร์ อาคินเฟเยฟ นายทวาร เช็ดสามเหลี่ยมเสาไกล หนีไปเป็น 2-0 แล้วหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ลุยต่อครึ่งหลัง “หมีขาว” โหมบุกหวังแก้คืน ทว่ายิ่งนานไปก็ชักเนือย แทบไม่ได้สร้างความกดดันเท่าที่ควร ก่อนความพยายามสัมฤทธิ์ผลนาที 80โอเล็ก ชาตอฟเก ทำชิ่งกับเพื่อน หลุดเกือบถึงเขตโทษด้านซ้าย หักเข้ากลางให้ เดนิส กลูชาคอฟ สะบัดเสียบมุมเสาไกล ไล่มาเป็น 1-2 แต่ไม่เพียงพอ จบเกม สโลวาเกีย เก็บเพิ่มเป็น 3 แต้ม จาก 2 นัด ขึ้นอันดับ 2 ของกลุ่มชั่วคราว ส่วน รัสเซีย มี 1 แต้ม จมบ๊วย

รายชื่อ 11 ตัวจริง
รัสเซีย : อิกอร์ อาคินเฟเยฟ , เซอร์เก อิกนาเชวิช , วาซิลี เบเรซุตสกี , จอร์จี เชนนิคอฟ , อิกอร์ สโมลนิคอฟ , โอเล็ก ชาตอฟ , โรมัน นอยสตาดเตอร์ , อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน , อาเต็ม ซูบา , เฟดอร์ สโมลอฟ , อเล็กซานเดอร์ โคโคริน
สโลวาเกีย : มาตุส โคซาซิก , แยน ดูริกา , มาร์ติน สเคอร์เทล , โทมัส ฮูโบคาน , ปีเตอร์ เปการิก , มาเร็ก ฮามซิก , วิกเตอร์ เปคอฟสกี , ยูราจ คุชกา , ออนเดรจ์ ดูดา , วลาดิเมียร์ ไวส์ส , โรเบิร์ต มัก

ฝรั่งเศส vs แอลเบเนีย

พรีวิว ฝรั่งเศส vs แอลเบเนีย (ยูโร 2016) กลุ่ม A
แข่งเวลา : 02.00 น.
สนาม สต๊าด เวโลโดรม
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3HD 33

ผลการพบกันล่าสุด

13/06/2015 แอลเบเนีย 1 – 0 ฝรั่งเศส

15/11/2014 ฝรั่งเศส 1 – 1 แอลเบเนีย

ความพร้อมและสภาพทีม

ฝรั่งเศส
เปิดสนามกว่าจะเอาชนะโรมาเนีย 2-1 ได้ต้องรอถึงช่วงท้ายเกม จากความยอดเยี่ยมของ ดิมิทรี ปาเยต ปีกฟอร์มฮอตจากเวสต์แฮม ทว่านักเตะรายอื่นยังไม่สามารถผลิตฟอร์มเก่งออกมาได้นัก ส่วนสถิติที่เจอกัน 6 ครั้ง ตราไก่เอาชนะได้ 4 เสมอ 1 และแพ้ 1 ในเกมล่าสุดที่เจอกัน
สภาพทีมของ ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่น แต่ต้องดูว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวรุกอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก นักเตะอย่าง คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล สองดาวรุ่งพร้อมเสียบทันที แต่มองแล้วเดเด้น่าจะยังยึด 11 ตัวแรกชุดเดิมไปก่อน

แอลเบเนีย
ออกสตาร์ตพ่ายสวิตเซอร์แลนด์ 0-1 นัดนี้ต้องการแต้มสุดๆ ไม่งั้นโอกาสตกรอบก่อนชาวบ้านมีเยอะมาก ทว่าผลงานอุ่นเครื่องเจอกับฝรั่งเศสเมื่อปีก่อนพลิกล็อกเอาชนะมาได้ถือว่าไม่ธรรมดา
สภาพทีมเกมนี้ จานนี่ เด เบียซี่ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนหมดสิทธิ์ใช้งาน ลอริค ซาน่า เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีมถูกไล่ออกจากสนาม ติดโทษแบน คาดว่าจะเป็นหน้าที่ของ อาร์ลินด์ อาเยตี กองหลังวัย 22 ปี จากโฟรซิโนเน่ เสียบแทน แถม เออร์กิส คาเซ่ มิดฟิลด์ มีอาการบาดเจ็บหัวเข่าด้วยต้องเช็กฟิตอีกครั้งก่อนเกม
คาดว่าเกมนี้ เด เบียซี่ จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมเล็กน้อย แนวรับเป็น อาร์ลินด์ อาเยตี จับคู่กับ เมอร์กิม มาฟราย ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ขยับแดนกลางให้ อาเมียร์ อบราชี่, เทาลันต์ ชาคา และ บูริม คูเคลี่ คุมเกม แนวรุกเป็น โอดิเซ่ โรชี่, โซคอล ชิคัลเลชี่ และ เออร์เมียร์ เลนยานี่

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ฝรั่งเศส
โค้ช : ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์
(4-3-3) : อูโก้ โยริส , โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, ปาทริซ เอวร่า, อาดิล รามี่, บาการี่ ซาญ่า, ปอล ป็อกบา, ดิมิทรี ปาเยต, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, แบลส มาตุยดี้, อองตวน กรีซมันน์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

แอลเบเนีย
โค้ช : จานนี่ เด เบียซี่
(4-1-4-1) : เอทริต เบริช่า, อันซี่ อโกลลี่, แมร์กิม มาฟราย, อันดี้ ลิล่า, อาร์ลินด์ อาเยติ, เอลเซอิด ฮีซาย, เลเดียน เมมูชาย, บูริม คูเคลี่, เทาลันต์ ชาคา, เออร์มีร์ เลนยานี่, อาร์มันโด ซาดิกู

ความน่าจะเป็นของเกม

ฝรั่งเศสเบียดคว้าชัยจากเกมแรกมาแบบหืดจับแต่ฟอร์มโดยรวมยังดูเหนือกว่าพอสมควร แม้แอลเบเนียจะประเดิมสนามด้วยการพ่ายแพ้แต่พวกเขาสู้กับสวิตเซอร์แลนด์ได้ดีเช่นกัน อย่างไรก็ตามสถิติของแอลเบเนียยังดูเป็นรองชัดเจน อีกทั้งยังมีปัญหาในแนวรับจากการติดโทษแบนของลอริค ซาน่า ส่งผลกระทบโดยตรง ทีมตราไก่น่าจะเอาชนะไปได้ไม่ยาก

ผลที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ 2 – 0

วาร์ดี ควง สเตอร์ริดจ์

วาร์ดี ควง สเตอร์ริดจ์ ซัดพาสิงโตแซงมังกรแดงเข้าป้าย

“สิงโตคำราม” อังกฤษ ได้ เจมี วาร์ดี กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ สวมบทสำรองทีเด็ด ซัดคนละประตู พลิกเชือด “มังกรแดง” เวลส์ แบบหวุดหวิด 2-1 ศึก ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา

ยูโร 2016 รอบแรก กลุ่ม B
อังกฤษ 2-1 เวลส์

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ของสาย B ณ สนาม สตาด เฟลิกซ์-โบลแลร์ต เมืองล็องส์ อังกฤษ (1 นัด มี 1 คะแนน) ส่ง แฮร์รี เคน รับบทศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน 3 ตัวรุกอย่าง เวย์น รูนีย์ , อดัม ลัลลานา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ล่าตาข่าย รับมือ เวลส์ (1 นัด มี 3 คะแนน) ที่มี แกเร็ธ เบล เป็นตัวทีเด็ด

เสียงนกหวีดดังขึ้น อังกฤษ ทักทายน่ากลัวแค่ 7 นาที แฮร์รี เคน กระดกให้ อดัม ลัลลานา หลุดทางขวา แล้วตบเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิง ชาร์จจ่อๆ โด่งเกินไป จากนั้นก็ยังครองบอลได้ต่อเนื่อง แต่มักถูกตัดฟาวล์ก่อนถึงพื้นที่อันตราย เข้าสู่นาที 26 เวย์น รูนีย์ เปิดฟรีคิกด้านซ้ายให้ แกรี เคฮิลล์ สะบัดตรงตัว เวย์น เฮนเนสซีย์ นายทวาร

แชมป์โลกปี 1966 พลาดโอกาสทองนาที 36 เวย์น รูนีย์ เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ คริส สมอลลิง โขกเฉี่ยวเสาไกล กองเชียร์ เวลส์ ส่งเสียงเฮนาที42 แกเร็ธ เบล ตะบันฟรีคิกระยะ 30 หลาเศษๆ พุ่งข้ามกำแพง โจ ฮาร์ท นายทวาร เหยียดปัดแต่เอาไม่อยู่ ขึ้นนำ 1-0 แล้วหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ลุยต่อครึ่งหลัง “สิงโตคำราม” เร่งบุกทันทีจนความพยายามสัมฤทธิ์ผลนาที 56 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ดูดบอลลงพื้นตรงเขตโทษด้านซ้าย บรรจงหยอดไปเสาสอง แอชลีย์ วิลเลียมส์ โหม่งสกัดเข้าทาง เจมี วาร์ดี ตวัดยิงจ่อๆ ตีเสมอเป็น 1-1

บดอยู่นาน “เดอะ ทรี ไลออนส์” แซงนำ 2-1 ช่วงทดเจ็บ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ทำชิ่งกับ เจมี วาร์ดี บอลพันแข้งพันขา เดเล อัลลี ทะลักมาเข้าทาง ดาวยิงจอมเต้น สอดทะลุมาทางเขตโทษด้านซ้าย ยิงด้วยขวายัดเสาแรก จบเกม อังกฤษ เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม จาก 2 นัด ส่วน เวลส์ มี 3 แต้ม เท่ากับ สโลวาเกีย

รายชื่อ 11 ตัวจริง
อังกฤษ : โจ ฮาร์ท , คริส สมอลลิง , แกรี เคฮิลล์ , แดนนี โรส , คายล์ วอล์คเกอร์ , เอริค ไดเออร์ , เวย์น รูนีย์ , เดเล อัลลี , แฮร์รี เคน , ราฮีม สเตอร์ลิง , อดัม ลัลลานา
เวลส์ : เวย์น เฮนเนสซีย์ , แอชลีย์ วิลเลียมส์ , เบน เดวิส , เจมส์ เชสเตอร์ , นีล เทย์เลอร์ , คริส กุนเทอร์ , โจ อัลเลน , โจ เลดลีย์ , อารอน แรมซีย์ , แกเร็ธ เบล , ฮัล ร็อบสัน-คานู

เยอรมนี ทำได้เพียงเสมอ โปแลนด์ 0-0

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ทำได้เพียงเสมอ “อินทรีขาว” โปแลนด์ 0-0 ศึก ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โอกาสจูงมือกันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ค่อนข้างสดใส
ยูโร 2016 รอบแรก กลุ่ม C
เยอรมนี 0-0 โปแลนด์

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ของกลุ่ม C ณ สนาม สตาด เดอ ฟรองซ์ กรุงปารีส เยอรมนี (1 นัด มี 3 คะแนน) วาง มาริโอ เกิทเซ รับบทศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เมซุต โอซิล , โธมัส มุลเลอร์ และ จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ รับมือ โปแลนด์ (1 นัด มี 3 คะแนน) ที่มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กับ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก เป็นทีเด็ดแนวรุก

เสียงนกหวีดดังขึ้น เยอรมนี ทักทายแค่ 4 นาที จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ รับบอลยาวทางซ้าย หาเหลี่ยมโยนเข้ากลางให้ มาริโอ เกิทเซ สะบัดโด่งไปนิดเดียว ต่อมานาที 16 โธมัส มุลเลอร์ แย่งบอลจาก ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ก แบ็กขวา ไหลให้ โทนี โครส สไลด์ยิงเสาแรก ไม่ตรงกรอบ

แชมป์โลก 4 สมัย พยายามเคาะบอลเจาะตามช่อง เจอโซนรับ โปแลนด์ ที่ยืนกันรัดกุม ทำให้ไม่มีโอกาสลุ้นประตู หมดครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

ลุยต่อครึ่งหลัง ทีมของ อดัม นาวาลกา น่าขึ้นนำแบบสุดๆ นาที 46 คามิล โกรซิคกี ตวัดจากขวาเข้ากลาง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก พุ่งโหม่งโดนไม่เต็ม บอลเฉี่ยวเสาไกล ถัดมา 1 นาที “อินทรีเหล็ก” ตอบโต้ทันควัน โทนี โครส แทงทะลุมาเขตโทษด้านขวา มาริโอ เกิทเซ กะยิงยัดเสาแรก ตรงตัว ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร

เกมผลัดกันรุกและรับ เข้าสู่นาที 69 “ดี มันน์ชาฟท์” หวิดปลดล็อก อังเดร ชูร์เล ตัวสำรอง กระชากมาทางซ้าย ผ่านเรียดเข้ากลางให้ เมซุต โอซิล ยิงตามน้ำด้วยซ้ายข้างถนัด ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี ปัดข้ามคาน จากนั้นทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม เยอรมนี เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม เท่ากับ โปแลนด์ การันตีจบท็อป 3 ของกลุ่ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์ , มัตส์ ฮุมเมิลส์ , เฌอโรม บัวเต็ง , โยนาส เฮคเตอร์ , เบเนดิกท์ โฮเวเดส , เมซุต โอซิล , โทนี โครส , ซามี เคดิรา , มาริโอ เกิทเซ , จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ , โธมัส มุลเลอร์
โปแลนด์ : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี , มิชาล ปาซดาน , คามิล กลิก , อาร์เทอร์ เยเดอร์เซจซิก , ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ก , คริสซ์ตอฟ มาซินสกี , เกอร์เซกอร์ซ คริโชเวียก , คามิล โกรซิคกี , ยาคุบ บลาซิคอฟสกี , โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี , อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก

สเคอร์เทล เตรียมลาหงส์

สเคอร์เทล เตรียมลาหงส์ จ่อซบ เฟเนร์บาห์เช

มาร์ติน สเคอร์เทล เซ็นเตอร์แบ็กจอมเก๋า เตรียมปิดฉากอาชีพ 8 ปี กับ ลิเวอร์พูล จ่อย้ายซบ เฟเนร์บาห์เช ทีมดังของตุรกี ค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 275 ล้านบาท) ช่วงเปิดตลาดฤดูร้อน

แนวรับชาวสโลวัก เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญา 3 ปี กับ ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ เมื่อปี 2015 ทว่า เจ้าตัว เริ่มยอมรับชะตากรรม ชีวิตการค้าแข้งกับ “เดอะ เรดส์” จบสิ้นลงแล้ว

คารอล ซอนโต เอเยนต์ของ สเคอร์เทล เผยว่ามีความเป็นไปได้สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ที่นักเตะในความดูแล จะแพ็กกระเป๋าอำลาถิ่น แอนฟิลด์

อดีตนักเตะ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เผชิญปัญหาบาดเจ็บรบกวน และไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรกๆ ของ เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ลงเล่นตัวจริงแค่ 4 เกม นับตั้งแต่เดือนมกราคม

แข้งวัย 31 ปี ทำหน้าที่กัปตันทีม สโลวาเกีย ลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส เชือด รัสเซีย 2-1 ที่เมืองลีลล์ คืนวันพุธที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน “หงส์แดง” ใกล้โละ มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงเจ้าปัญหา ไปให้ เบซิกตัส อีกราย จากการเปิดเผยของ มิโน ไรโอลา เอเยนต์ส่วนตัว หลังไม่สามารถโน้มน้าวให้ เอซี มิลาน ดึงร่วมทัพแบบถาวร ซัดแค่ 1 ประตู จากการเล่นตัวจริง 8 เกม ระดับ กัลโช เซเรีย อา ด้วยสัญญายืมตัว ซีซันที่แล้ว

แทงบอล เสื้อผ้าแฟชั่น